2007/Apr/22

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน

ขอเชิญท่านผู้สนใจ ร่วมฟังการแถลงข่าว และการเสวนา

เรื่อง "จากกรณี แสงศตวรรษ ถึง เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์"

ผู้ร่วมเสวนา

คุณ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับ

คุณ ปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับไทย

คุณ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต มูลนิธิหนังไทย

คุณ พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ

คุณ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา

ดำเนินรายการโดย คุณ พิมพกา โตวิระ

ที่โรงภาพยนตร์ HOUSE พระราม 9

ลงทะเบียนเวลา 15.00น.

แถลงข่าวและสัมมนา เวลา 16.00 น.

ขออภัยที่แจ้งมาอย่างเร่งด่วนครับ

The seminar will be held at HOUSE rama 3 theatre on Monday 23rd, at 4 PM.

Speakersinclude Apichatpong Weerasatetakul, Prachya Pinkeaw (director of Ong Bak), Pantham Tongsang (Syndroms's producer), Chalida Auebamrungjit (Thai Film Foundation) and Kraisak Choonhawan .

Moderated by filmmaker Pimpaka Toweera .

2007/Apr/22

copy มาจากเว็บ BIOSCOPE

ยังไม่ได้ดูหนังเรื่อง Me Myself เลยฮะ ก็เลยยังแสดงความเห็นอะไรไม่ได้

แต่เรื่องที่คุณคนมองหนังพูดเรื่องละครของพงศ์พัฒน์ก็น่าสนใจดีฮะ

ผมมีประเด็นหนึ่งที่สนใจอยากศึกษามากๆ (แต่คงไม่มีเวลาและสุดท้ายจะต้องปล่อยมันเลยผ่านไปแน่ๆ) ก็คือ ละครโทรทัศน์ไทยหลังปฏิวัติ 19 กันยา จำได้ว่าเคยอ่านที่คุณคนมองหนังเขียนข้อสังเกตว่า การเอา เปาบุ้นจิ้น มาวนฉายใหม่ของช่อง 3 นั้นน่าจะเป็นการตอบสนองสำนึกของมวลชนในการใฝ่หาความยุติธรรม หรือการนำ สี่แผ่นดิน มาฉายก็เป็นการตอบสนองเรื่องกษัตริย์นิยม (ถ้าจำคนเขียนผิดก็ขออภัยด้วยนะฮะ)

คือเร็วๆ นี้ผมได้ดูละครไป 2 เรื่อง ดูแบบไม่ปะติดปะต่อเพราะกลับบ้านไม่ทัน แต่ที่น่าสังเกตก็คือตอบจบของทั้ง 2 เรื่องทำไมมันพ้องกันได้อย่างนี้ เรื่องแรกคือ จอมใจ เป็นเรื่องชิงรักหักสวาท ผิดฝาผิดตัว ของสามหนุ่มลูกขุนนาง และหนึ่งสาวชนชั้นล่าง (เบนซ์ พรชิตา - เธอแสดงได้อย่างเด็ดขาดมาก)

ในตอนจบนั้น ครอบครัวของนางอิจฉา มีชะตากรรมที่แสนเศร้ามาก พ่อของตัวอิจฉาเป็นรัฐมนตรี หรือวุฒิสมาชิก ก็ไม่แน่ใจ แต่คนเขียนบทกำหนดให้อยู่ดีๆ ก็มีการรัฐประหาร (จอมใจ เป็นละครย้อนยุค ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงรัฐประหารครั้งไหน เพราะมีเยอะเหลือเกิน) ดังนั้นครอบครัวของนางอิจฉาจึงพยายามหอบสมบัติหนีไปเมืองนอก แต่สุดท้ายก็มีตำรวจไปตามจับถึงบ้าน หนังมีการใช้บทสนทนาอย่างถึงพริกถึงขิงจนดูเหมือนเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดกับคุณทักษิณมากกว่า

ในละครเรื่องที่ 2 ก็คือ ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ นำแสดงโดยคุณกบ สุวนันท์ คงยิ่ง โดยในตอนจบนั้นทุกๆอย่างถูกรวบให้เขาไคลแมกซ์ เข้าใจว่าหนุ่มตัวร้ายนั้นต้องการตามหาสมบัติ แต่นี่ไม่ใช่สมบัติธรรมดา แต่เป็น สมบัติชาติ ปู่โสมซึ่งเป็นผู้เฝ้าสมบัติก็เลยต้องออกมาปกป้องและสั่งสอน
คนเขียนบทเขียนไดอาล็อคยาวยืดจริงจังขึ้นมา เกี่ยวกับการขาย-การขโมยสมบัติชาติ จนทำให้ผมรู้สึกอีกว่าเป็นการหลอกด่าคุณทักษิณเช่นกัน

ตามปกติเท่าที่รู้มา (เพื่อนผมเป็นคนเขียนบทละครช่อง 7) ผู้บริการสถานีโทรทัศน์ (อย่างคุณแดง สุรางค์) ก้ไม่น่าจะมาล้วงลูกถึงขั้นว่าจะต้องมีฉากนั้นฉากนี้ ส่วนใหญ่การแทรกแซงจะมีแค่ว่าเอาดาราคนไหนประกบกับคนไหนมากกว่า ดังนั้นผมจึงเข้าใจเองว่าการที่ละครทั้ง 2 เรื่อง (เป็นอย่างน้อย) เกิดพ้องกันนั้น เกิดจากความตั้งใจของคนเขียนบท (ทั้ง 2 กลุ่ม) ที่พยายามใส่เรื่องปัจจุบันเข้าไปในละครของตัวเอง

นอกจากนี้ ตามความเข้าใจของผม ละคร ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ก็ถ่ายทอดเนื้อหาประเภทว่า เดี๋ยวก็มีผู้บารมี คนใหญ่คนโต มาปกป้องรักษาประเทศชาติเองแหละ ซึ่งเป็นทัศนคติที่น่าสนใจดี ที่ประจวบออกมาในเวลานี้

ความจริงอยากดูว่าละครอีกหลายๆ เรื่องว่ามีลักษณะของสิ่งเหล่านี้อยู่รึเปล่า (โดยไม่นับละครที่ยังไงก็ต้องมีทัศนคติแบบนี้อยู่แล้ว เช่น ละครชีวประวัติองค์กษัตริย์ต่างๆ) แต่ก็ไม่มีเวลาครับ เป็นความขี้เกียจของผมเอง

....................................

อ่อ นอกจากนี้เพิ่งนึกขึ้นมาได้อีกอย่างครับ
คือการศึกษา 'ละครหลัง 19 กันยา' นั้น คงไม่สามารถเริ่มต้นตั้งแต่ละครที่ออกฉายหลัง 19 กันยาได้

เพราะละครที่ฉายหลังวันที่ 19 กันยานั้น ส่วนใหญ่ก็คงเป็นละครดอง ละครที่เขียนบท - ถ่ายทำกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นถ้าจะศึกษาจริงๆ เราคงต้องกำหนดกรอบที่ละครที่คนเขียนบท เพิ่งเริ่มเขียนบทจริงๆ จังๆ หลังวันที่ 19 กันยาไปแล้ว ซึ่งกว่าจะเขียนกันเสร็จ กว่าจะถ่ายทำกันเสร็จ ก็คงใช้เวลา 3 เดือน (ผมมั่วเวลาขึ้นมาเองนะครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละค่ายด้วย บางค่ายอาจจะเขียนไป ถ่ายไป ออนแอร์ไปก็ได้)

ดังนั้นถ้าจะเอาแบบชัวร์จริงๆ อาจต้องเริ่มต้นที่ออนแอร์หลัง 1 มกราเป็นต้นไป

คิดออกอีกอันครับ (คิดไปเรื่อย) น่าสนใจอีกเหมือนกันว่า ถ้าคนเขียนบท เริ่มเขียนบทหลังวันที่ 1 มกรา (หลังการวางระเบิดทั่วกรุงเทพ) อาจมีละครบางเรื่องที่มีกลิ่นของการก่อการร้าย หรือความรู้สึกถึงอันตรายในเมืองก็ย่อมได้ แต่อันนี้คงนำเสนอได้ยากกว่า ยิ่งเป็นเร่องก่อการร้ายทางสถานีโทรทัศน์คงจะไม่ให้ละครออนแอร์แน่ๆ (อันที่จริงไม่ให้ตั้งแต่ลงทุนสร้างแล้ว)

เพื่อนผมเล่าให้ฟังอีกว่า ตัวเขาไม่ได้ดูละครอะไรเลย แต่แม่เขาชอบดูละครช่อง 7 โดยมีเรื่องนึงชื่อว่า "คมคน" ในเรื่องนั้นพระเอกอยู่ในกลุ่ม "ผู้ก่อการดี" เป็นผู้ปราบปราม "นักธุรกิจฉ้อฉล" น่าสนใจอีกแล้วนะฮะว่าช่อง 7 นี่เลือกนำเสนอโปรเจ็คต์ได้เอาใจรัฐบาลจริงๆ

ผมนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าคุณทักษิณยังเป็นนายกอยู่ ช่อง 7 กล้าที่จะออนแอร์ละครแบบนี้บ้างไหม

เรื่องย่อละครเรื่อง คมคน อ่านได้ที่ http://www.n-content.com/N-Content/tv/komkon.jsp?frmAdvertiseId=2002

อ่อ ผมเขียนชื่อละครผิดนะครับ เพราะว่าผมหา ค คน ไม่เจอในแป้นคีย์บอร์ด (แป้นของผมตัวอักษรลอกไปเกือบหมดแล้วครับ)

2007/Apr/19

สงสารเธอ ก็คงใช่

แต่ฉันไม่มีนิสัยชอบสปอยล์คนอื่น

เธอบอกว่าเธอจะร้องไห้

ฉันไม่ปลอบ

ไม่ใช่เพราะไม่แคร์ แต่เพราะเธอโตแล้ว

เธอตัดสินใจเองได้ว่าจะร้องหรือไม่ร้อง

อันที่จริงการร้องไห้มันต้องผ่านการตัดสินใจด้วยหรือ มันต้องขออนุญาตหรอกหรือ

เป็นอาชญากรรมหรอกหรือ มิใช่เสียหน่อย

โตแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว อยากทำอะไรก็ทำ อยากเลือกทางไหนก็เลือก เลือกแล้วก็ต้องรับกับผลข้างเคียง

ฉันพยายามไม่อินอะไรกับเรื่องของเธอ

ฉันไม่ได้มองเธออย่างเศร้าๆ ด้วยซ้ำ

ฉันมองเธอด้วยรอยยิ้ม

ฉันจินตนาการว่าฉันนั่งคุยกับเธอริมทะเล เธอนั่งเศร้า (จะร้องหรือไม่ร้องก็เรื่องของเธอ)

ส่วนฉันนั่งอยู่ข้างๆ ไม่ปลอบ ไม่โอ๋ ไม่ตบไหล่อย่างมิตรทำกัน

แต่สิ่งที่ฉันได้ทำก็คือฉันนั่งฟังเธอ

คุยกับเธอด้วยความคิดเต็มร้อย พยายามไม่ไหลไปตามเธอ

แต่เป็นสำนึกของเธอ ด้านที่เธอเคยมีอยู่แต่ตอนนี้หลุดลอยไป

นั่นคือสิ่งที่ฉันทำให้เธอเสมอมา และตลอดไป



คุณน้องเต้
View full profile